54 กฎเกณฑ์ในหนังสือกิตาบุตเตาฮีด กฎที่ 1 เตาฮีดที่ถูกระบุในตัวบทต่างๆของศาสนา

แปล : รอมฎอน พวงผกา


กฎที่ 1เตาฮีดที่ถูกระบุในตัวบทต่างๆของศาสนา

มี 3 ประเภท : 

1. เตาฮีดอัรรุบูบียะฮ์ (توحيد الربوبية)

2. เตาฮีดอัลอุลูฮียะฮ์ (توحيد الألوهية)

3. เตาฮีดอัลอัสมาอ์วัศศิฟาต (توحيد الأسماء والصفات)

     โดยบ่าวคนหนึ่งจะยังไม่ถือว่าเป็นบ่าวที่ให้เอกภาพต่ออัลลอฮ์ นอกจากว่าต้องศรัทธาต่อเตาฮีดทั้ง 3 ประเภทนี้ :อัลลอฮ์ ทรงกล่าวว่า :

رَّبُّ ٱلسَّمَٰوَٰتِ وَٱلۡأَرۡضِ وَمَا بَيۡنَهُمَا فَٱعۡبُدۡهُ وَٱصۡطَبِرۡ لِعِبَٰدَتِهِۦۚ هَلۡ تَعۡلَمُ لَهُۥ سَمِيّٗا ٦٥  

"พระเจ้าแห่งบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินและสิ่งที่อยู่ระหว่างทั้งสอง ดังนั้นจงเคารพภักดีต่อพระองค์ และจงอดทนต่อการเคารพภักดีพระองค์ พวกเจ้ารู้หรือว่ามีผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์" (มัรยัม , 19:65)

อายะฮ์นี้บ่งชี้ถึงเตาฮีดทั้ง 3 ประเภท :

     ดังนั้นดำรัสของพระองค์ที่ว่า : "พระเจ้าแห่งบรรดาชั้นฟ้าและแผ่นดินและสิ่งที่อยู่ระหว่างทั้งสอง” บ่งชี้ถึงเตาฮีดอัรรุบูบียะฮ์ บ่งชี้ว่าอัลลอฮ์เพียงผู้เดียวเท่านั้น ทรงสร้าง ทรงให้ปัจจัยยังชีพ ทรงบริหารจัดการ

     และดำรัสของพระองค์ที่ว่า : “ดังนั้นจงเคารพภักดีต่อพระองค์ และจงอดทนต่อการเคารพภักดีพระองค์” บ่งชี้ถึงเตาฮีดอัลอุลูฮียะฮ์ บ่งชี้ว่าอัลลอฮ์เพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่คู่ควรต่ออิบาดะฮ์ทุกชนิด

     และดำรัสของพระองค์ที่ว่า : “พวกเจ้ารู้หรือว่ามีผู้ใดเสมอเหมือนพระองค์”บ่งชี้ถึงเตาฮีดอัลอัสมาอ์วัศศิฟาต บ่งชี้ว่าอัลลอฮ์เพียงผู้เดียวเท่านั้น ทรงมีพระนามและคุณลักษณะต่างๆตามที่พระองค์ยืนยันไว้

     และยังมีหลักฐานอีกมากมายที่บ่งชี้ถึงการแบ่งเตาฮีดแบบนี้ ซึ่งกลับไปดูได้ในตำราของนักวิชาการที่มีความรู้อย่างลึกซึ้ง

     ด้วยเหตุนี้การแบ่งเตาฮีดจึงเป็นที่รับรู้ได้ถึง 2 ประการ คือ

1.การแบ่งประเภทเตาฮีดดังกล่าวนี้ ไม่ใช่การแบ่งประเภทที่ถูกอุตริขึ้นใหม่โดยไม่มีหลักฐานจากอัลกุรอานและซุนนะฮ์ ดังที่ผู้ที่ไม่มีความรู้บางคนได้กล่าวอ้าง

2.ความจริงแล้วการยอมรับเพียงเอกภาพแห่งการเป็นพระผู้อภิบาล (เตาฮีดอัรรุบูบียะฮ์) อย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะทำให้บุคคลคนหนึ่งเข้าสู่อิสลาม ตราบใดที่ยังไม่มีการยอมรับและการปฏิบัติตามในด้านเอกภาพแห่งการเคารพภักดี (เตาฮีดอัลอุลูฮียะฮ์) ด้วย ฉะนั้นบรรดามุชริกีนในสมัยของท่านนะบี ﷺ ต่างก็ยอมรับว่า อัลลอฮ์คือผู้สร้าง ผู้ประทานปัจจัยยังชีพ ผู้ให้มีชีวิต และผู้ให้ความตาย แต่การยอมรับดังกล่าวไม่ได้ทำให้พวกเขาเข้าสู่อิสลาม เนื่องจากพวกเขาได้มอบการอิบาดะฮ์แก่สิ่งอื่นนอกเหนือจากอัลลอฮ์

อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสว่า

﴿قُلۡ مَن يَرۡزُقُكُم مِّنَ ٱلسَّمَآءِ وَٱلۡأَرۡضِ أَمَّن يَمۡلِكُ ٱلسَّمۡعَ وَٱلۡأَبۡصَٰرَ وَمَن يُخۡرِجُ ٱلۡحَيَّ مِنَ ٱلۡمَيِّتِ وَيُخۡرِجُ ٱلۡمَيِّتَ مِنَ ٱلۡحَيِّ وَمَن يُدَبِّرُ ٱلۡأَمۡرَۚ فَسَيَقُولُونَ ٱللَّهُۚ فَقُلۡ أَفَلَا تَتَّقُونَ ٣١﴾ [يونس: 31]

จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า ผู้ใดให้ปัจจัยยังชีพแก่พวกเจ้าจากฟากฟ้าและแผ่นดิน? หรือผู้ใดทรงครอบครองการได้ยินและการมองเห็น? และผู้ใดทรงนำสิ่งมีชีวิตออกจากสิ่งไม่มีชีวิต และทรงนำสิ่งไม่มีชีวิตออกจากสิ่งมีชีวิต? และผู้ใดทรงบริหารกิจการทั้งหลาย? แล้วพวกเขาจะกล่าวว่า ‘อัลลอฮ์’ ดังนั้นจงกล่าวเถิดว่า แล้วพวกเจ้าจะไม่ยำเกรง (อัลลอฮ์) กระนั้นหรือ?’” (สูเราะฮ์ยูนุส 10:31)

     กล่าวคือ: แล้วพวกท่านจะไม่ยำเกรงการตั้งภาคีทั้งที่ๆพวกท่านก็ยอมรับเช่นนี้แล้วกระนั้นหรือ?และจากท่านอิบนุอุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เล่าว่า :  ฉันได้ยินท่านนะบี ﷺกล่าวว่า :

أُمِرْتُ أَنْ أُقَاتِلَ النَّاسَ حَتَّى يَشْهَدُوا أَنْ لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ وَأَنَّ مُحَمَّدًا رَسُولُ اللَّهِ، وَيُقِيمُوا الصَّلَاةَ، وَيُؤْتُوا الزَّكَاةَ، فَإِذَا فَعَلُوا ذَلِكَ عَصَمُوا مِنِّي دِمَاءَهُمْ وَأَمْوَالَهُمْ إِلَّا بِحَقِّ الْإِسْلَامِ، وَحِسَابُهُمْ عَلَى اللَّهِ

ฉันได้รับบัญชาให้ต่อสู้กับผู้คน จนกว่าพวกเขาจะปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่คู่ควรแก่การเคารพภักดีนอกจากอัลลอฮ์ และกล่าวว่าฉันคือศาสนทูตของอัลลอฮ์ และพวกเขาดำรงละหมาดและจ่ายซะกาต เมื่อพวกเขาปฏิบัติเช่นนั้นแล้ว เลือดและทรัพย์สินของพวกเขาก็จะได้รับการคุ้มครองจากฉัน เว้นแต่ด้วยสิทธิแห่งอิสลาม และการคิดบัญชีของพวกเขานั้นเป็นหน้าที่ของอัลลอฮ์” (บันทึกโดยอัลบุคอรีย์ และมุสลิม)

     ดังนั้น ท่านนะบี ﷺ จึงได้ต่อสู้กับพวกเขา ทั้งๆที่พวกเขายอมรับว่าอัลลอฮ์คือผู้สร้าง ผู้ประทานปัจจัยยังชีพ และผู้ทรงบริหารจัดการสรรพสิ่ง เพราะพวกเขาได้ตั้งภาคีในการอิบาดะฮ์ต่ออัลลอฮ์ ตะอาลาขออัลลอฮ์ทรงทำให้พวกเราทุกคนมั่นคงอยู่บนสัจธรรมอันชัดแจ้ง จนกว่าเราจะได้พบพระองค์.