ความหมายของอากีดะฮ์และความสำคัญของมันในฐานะที่เป็นรากฐานที่ศาสนาดำรงขึ้นบนสิ่งนี้

จากหนังสือ อะกีดะตุตเตาฮีด  โดย ชัยค์ศอเลียห์ อัลเฟาซาน

แปล  รอมฎอน พวงผกา

ความหมายของอะกีดะฮ์ 

อัลอะกีดะฮ์ ความหมายทางด้านภาษา  :

       เป็นคำที่มาจากคำว่า “อัลอักด์ ” (العقد) แปลว่า ผูกสิ่งหนึ่งสิ่งใด เวลาเราพูดประโยคที่ว่า ฉันเชื่อว่าอย่างนี้ (اعْتَقَدْت كذا) หมายถึง ฉันได้ผูกมัดหัวใจและจิตสานึกเอาไว้บนมัน  และอะกีดะฮ์ (العقيدة) คือ สิ่งที่คนๆหนึ่งเชื่อเป็นศาสนา ที่ถูกกล่าวว่า: อากีดะฮ์ที่ดี (عَقِيْدَة حَسَنَةคือ ปลอดภัยจากความสงสัย และอัลอะกีดะฮ์ (العقيدة) คือการกระทำของหัวใจ มันคือความศรัทธาในหัวใจด้วยสิ่งหนึ่งและการเชื่อมันอัลอะกีดะฮ์  

ความหมายในด้านวิชาการ  :

  คือ :  การศรัทธาต่ออัลลอฮ์ ศรัทธาต่อบรรดามะลาอีกะฮ์ของพระองค์ ศรัทธาต่อบรรดาคัมภีร์ของพระองค์ ศรัทธาต่อบรรดาศาสนทูตของพระองค์ ศรัทธาต่อวันสิ้นโลก และศรัทธาต่อการกำหนดสภาวะการณ์ที่มาจากอัลลอฮ์ ทั้งในเรื่องที่ดีและเรื่องที่ไม่ดี และยังถูกเรียกว่า “หลักการศรัทธา” (أركان الإيمان)

บทบัญญัติ (الشَّرِيْعَة) อิสลามนั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 

หมวดที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ (اِعْتِقَادِيَّة) และ อะมะลียะฮ์ (عَمَلِيَّة) :

หมวดหลักความเชื่อ (اِعْتِقَادِيَّة) :  

     คือ สิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับวิธีการปฏิบัติ เช่น การเชื่อเกี่ยวกับการสร้าง การบริหารจัดการของอัลลอฮ์ และความจำเป็นในการอิบาดะฮ์ และการยึดมั่นในหลักการศรัทธาที่เหลือที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ซึ่งถูกเรียกว่า “รากฐานของศาสนา” (الأَصْلِيَّة)         

หมวดหลักปฏิบัติ (عَمَلِيَّة) :  

     คือ คือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับวิธีปฏิบัติ เช่น การละหมาด การจ่ายซะกาต การถือศีลอด และบทบัญญัติอื่นๆ ซึ่งถูกเรียกว่า “รายละเอียดปลีกย่อย”(فَرْعِيَّة) เพราะว่าอะมัลทั้งหมดมันเป็นสิ่งที่วางอยู่บนอะกีดะฮ์ ในด้านที่ว่ามันจะใช้ได้หรือเสียหายดังนั้นการมีอะกีดะฮ์ที่ถูกต้อง ถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่ศาสนายังคงดำรงอยู่ และทำให้การ ปฏิบัตินั้นถูกต้องและเป็นที่ตอบรับอีกด้วย ดังที่อัลลอฮฺ ตรัสว่า 

فَمَن كَانَ يَرۡجُواْ لِقَآءَ رَبِّهِۦ فَلۡيَعۡمَلۡ عَمَلٗا صَٰلِحٗا وَلَا يُشۡرِكۡ بِعِبَادَةِ رَبِّهِۦٓ أَحَدَۢا  

ดังนั้น ผู้ใดหวังที่จะพบพระผู้เป็นเจ้าของเขา ก็ให้เขาประกอบการงานที่ดี และอย่างตั้งผู้ใดเป็นภาคีในการเคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้าของเขาเลย” [1]

อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า :

وَلَقَدۡ أُوحِيَ إِلَيۡكَ وَإِلَى ٱلَّذِينَ مِن قَبۡلِكَ لَئِنۡ أَشۡرَكۡتَ لَيَحۡبَطَنَّ عَمَلُكَ وَلَتَكُونَنَّ مِنَ ٱلۡخَٰسِرِينَ      

และโดยแน่นอน ได้มีวะฮีย์มายังเจ้า (มุฮัมมัด) และมายังบรรดานะบีก่อนหน้าเจ้าหากเจ้าตั้งภาคี (กับอัลลอฮ์) แน่นอนการงานของเจ้าก็จะไร้ผล และแน่นอนเจ้าจะอยู่ในหมู่ผู้ขาดทุน”[2]

อัลลอฮฺ ตะอาลา ตรัสว่า :

 فَٱعۡبُدِ ٱللَّهَ مُخۡلِصٗا لَّهُ ٱلدِّينَ ٢ أَلَا لِلَّهِ ٱلدِّينُ ٱلۡخَالِصُۚ  

ดังนั้นเจ้าจงเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์ โดยเป็นผู้มีความบริสุทธิ์ใจในศาสนาต่อพระองค์  พึงทราบเถิด การอิบาดะฮ์โดยบริสุทธิ์ใจนั้นเป็นของอัลลอฮ์องค์เดียว”[3]

     ดังนั้นอายะฮ์อันทรงเกียรติเหล่านี้และอื่นๆที่มีความหมายคล้ายกัน ซึ่งมีมากมาย แสดงว่าการงานต่างๆนั้นไม่ถูกตอบรับยกเว้นเมื่อการงานต่างๆปราศจากชิริก ด้วยเหตุนี้เองบรรดาเราะซูลจึงให้ความสำคัญในการแก้ไขหลักอะกีดะฮ์ให้ถูกต้องเป็นอันดับแรก ฉะนั้นสิ่งแรกที่พวกเขาได้เรียกร้องเชิญชวนกลุ่มชนของพวกเขาคือการเคารพสักการะต่ออัลลอฮ์องค์เดียว และละทิ้งการเคารพต่อสิ่งอื่นทั้งหมด ดังที่อัลลอฮ์ตรัสว่า :

وَلَقَدۡ بَعَثۡنَا فِي كُلِّ أُمَّةٖ رَّسُولًا أَنِ ٱعۡبُدُواْ ٱللَّهَ وَٱجۡتَنِبُواْ ٱلطَّٰغُوتَۖ

และโดยแน่นอน เราได้ส่งเราะซูลมาในทุกประชาชาติ (โดยบัญชาว่า)พวกท่านจงเคารพภักดีอัลลอฮ์ และจงหลีกหนีให้ห่างจากพวกเจว็ด” [4]

เราะซูลทุกๆท่านจะกล่าวเป็นสิ่งแรกในการเรียกร้องต่อกลุ่มชนของเขาว่า :

ٱعۡبُدُواْ ٱللَّهَ مَا لَكُم مِّنۡ إِلَٰهٍ غَيۡرُهُۥٓ  

“พวกท่านทั้งหลายจงเคารพสักการะต่ออัลลอฮ์เถิด ไม่มีพระเจ้าที่ถูกเคารพสักการะอื่นใดต่อพวกท่านอีกแล้วอื่นจากพระองค์”[5]

ผู้ที่กล่าวคำพูดนี้กับกลุ่มชนคือ นะบีนูห์ นะบีฮูด นะบีศอเลียห์ นะบีชุอัยบ์ และบรรดานะบีอื่นๆ ได้กล่าวสิ่งนี้แก่ชนชาติของพวกเขาท่านนะบี ศอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ยังคงอยู่ในมักกะฮ์ภายหลังที่ถูกแต่งตั้งเป็นนะบี เป็นเวลาสิบสามปีโดยเชิญชวนผู้คนไปสู่เตาฮีด และแก้ไขหลักความเชื่อให้ถูกต้อง เพราะมันเป็นพื้นฐานที่ศาสนาจะดำรงอยู่บนมันผู้ที่เรียกร้องสู่อิสลามและนักปฏิรูปในทุกยุคสมัยได้ปฏิบัติตามแบบอย่างวิธีการของบรรดานะบีและบรรดาเราะซูล พวกเขาจะเริ่มต้นโดยการเรียกร้องไปสู่อัตเตาฮีดและการแก้ไขหลักความเชื่อให้ถูกต้อง หลังจากนั้นให้หันมาสนใจคำสั่งต่างๆที่เหลือ ที่เป็นบทบัญญัติของศาสนา


[1] ซูเราะฮฺ อัลกะฮฺฟี่ , 18 : 110.

[2] ซูเราะฮฺ อัซซุมัร , 39 : 65.

[3] ซูเราะฮฺ อัซซุมัร , 39 : 2-3.

[4] ซูเราะฮฺ อันนะหล์ , 16 : 36.

[5] ซูเราะฮฺ อัลอะอ์รอฟ , 7 : 59/65/73/85.