เขียนโดย ดร.อับดุลลอฮ์ อิบนุ ฮุมูด อัลฟะเรียห์
แปลโดย รอมฎอน พวงผกา
3.ท่านอับดุลลอฮ์ อับนุ อุมัร เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา เคยละหมาดญะนาซะฮ์ เมื่อละหมาดเสร็จ ท่านก็กลับโดยไม่ได้ติดตามญะนาซะฮ์ไปยังกุโบร โดยท่านคิดว่าสมบูรณ์ตามซุนนะฮ์แล้ว โดยที่ท่านไม่รู้ถึงหลักฐานความประเสริฐของการติดตามญะนาซะฮ์จนกระทั่งฝังเสร็จ ดังนั้นเมื่อท่า นได้รู้ถึงฮะดีษจากท่านอะบูฮุรอยเราะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ ท่านเสียใจที่ต้องพลาดซุนนะฮ์นี้ไป ลองไตร่ตรองดูว่าท่านอิบนุ อุมัร กล่าวอย่างไร ? มีรายงานจากอามิร อิบนุ ซะอด์ อิบนุ อะบีวักกอศ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา
أَنَّهُ كَانَ قَاعِدًا عِنْدَ عَبْدِ اللهِ بْنِ عُمَرَ، إِذْ طَلَعَ خَبَّابٌ صَاحِبُ الْمَقْصُورَةِ، فَقَالَ يَا عَبْدَ اللهِ بْنَ عُمَرَ: أَلَا تَسْمَعُ مَا يَقُولُ أَبُو هُرَيْرَةَ، أَنَّهُ سَمِعَ رَسُولَ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَقُولُ: «مَنْ خَرَجَ مَعَ جَنَازَةٍ مِنْ بَيْتِهَا، وَصَلَّى عَلَيْهَا، ثُمَّ تَبِعَهَا حَتَّى تُدْفَنَ كَانَ لَهُ قِيرَاطَانِ مِنْ أَجْرٍ، كُلُّ قِيرَاطٍ مِثْلُ أُحُدٍ، وَمَنْ صَلَّى عَلَيْهَا، ثُمَّ رَجَعَ، كَانَ لَهُ مِنَ الْأَجْرِ مِثْلُ أُحُدٍ»؟ فَأَرْسَلَ ابْنُ عُمَرَ خَبَّابًا إِلَى عَائِشَةَ يَسْأَلُهَا عَنْ قَوْلِ أَبِي هُرَيْرَةَ، ثُمَّ يَرْجِعُ إِلَيْهِ فَيُخْبِرُهُ مَا قَالَتْ: وَأَخَذَ ابْنُ عُمَرَ قَبْضَةً مِنْ حَصَى الْمَسْجِدِ يُقَلِّبُهَا فِي يَدِهِ، حَتَّى رَجَعَ إِلَيْهِ الرَّسُولُ، فَقَالَ: قَالَتْ عَائِشَةُ: صَدَقَ أَبُو هُرَيْرَةَ، فَضَرَبَ ابْنُ عُمَرَ بِالْحَصَى الَّذِي كَانَ فِي يَدِهِ الْأَرْضَ، ثُمَّ قَالَ: «لَقَدْ فَرَّطْنَا فِي قَرَارِيطَ كَثِيرَةٍ»
“ในขณะที่เขานั่งร่วมกับอับดุลลอฮ์ อิบนุ อุมัร ทันใดนั้นเองคอบบาบ ได้กล่าวว่า โอ้อับดุลลอฮ์ อิบนุ อุมัร ท่านได้ยินสิ่งที่อะบูฮุรอยเราะฮ์ได้พูดหรือไม่ เขาบอกว่าเขาได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮ์ ﷺ ได้กล่าวว่า : ผู้ใดที่ออกจากบ้านไปพร้อมกับญะนาซะฮ์ และเขาก็ละหมาดญะนาซะฮ์ให้ศพ หลังจากนั้นก็ติดตามศพไปจนกระทั่งฝังเขาจะได้รับผลบุญสองกีรอตแต่ละกีรอตเทียบเท่ากับขนาดภูเขาอูฮุดและผู้ใดที่ละหมาดญะนาซะฮ์แล้วก็กลับ เขาจะได้รับผลบุญเทียบเท่ากับขนาดของหนึ่งภูเขาอูฮุด?อิบนุ อุมัร ได้ส่งคอบบาบไปหาท่านหญิงอาอิชะฮ์เพื่อถามนางเกี่ยวกับคำพูดของอะบูฮุรอยเราะฮ์หลังจากนั้นก็ให้กลับมาและแจ้งให้อิบนุ อุมัรทราบสิ่งที่ท่านหญิงอาอิชะฮ์พูด ในขณะเดียวกันอิบนุ อุมัรหยิบก้อนกรวดขึ้นมาหนึ่งกำมือแล้วพลิกมันในมือของเขา จนกระทั่งคอบบาบกลับมาหาอิบนุ อุมัรและบอกเขาว่า : ท่านหญิงอาอิชะฮ์กล่าวว่า : อะบูฮุรอยเราะฮ์พูดถูกต้อง อิบนุ อุมัรขว้างก้อนกรวดที่เขาถืออยู่ลงที่พื้นแล้วพูดว่า : ความจริงแล้วเราพลาดความดีไปหลายกีรอตแล้ว”[1]
อันนะวะวีย์ เราะฮิมะฮุลลอฮ์ กล่าวว่า : ในฮะดีษนี้ชี้ให้เห็นว่าบรรดาเศาะฮาบะฮ์เมื่อทราบถึงซุนนะฮ์ พวกเขาก็ปรารถนาที่จะปฏิบัติให้ได้และพวกเขาก็จะเสียใจเมื่อพลาดจากการปฏิบัติถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ถึงเหตุผลอันยิ่งใหญ่ของมันก็ตาม (อัลมินฮาจญ์ เล่มที่ 7 หน้าที่ 15)
4.มีรายงานจากซะอีด อิบนุ ญุบัยร์ ว่า :
أَنَّ قَرِيبًا لِعَبْدِ اللهِ بْنِ مُغَفَّلٍ خَذَفَ، قَالَ: فَنَهَاهُ، وَقَالَ: إِنَّ رَسُولَ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ نَهَى عَنِ الْخَذْفِ، وَقَالَ: «إِنَّهَا لَا تَصِيدُ صَيْدًا، وَلَا تَنْكَأُ عَدُوًّا، وَلَكِنَّهَا تَكْسِرُ السِّنَّ، وَتَفْقَأُ الْعَيْنَ»، قَالَ: فَعَادَ، فَقَالَ: أُحَدِّثُكَ أَنَّ رَسُولَ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ نَهَى عَنْهُ، ثُمَّ تَخْذِفُ، لَا أُكَلِّمُكَ أَبَدًا
“ความจริงแล้วญาติใกล้ชิดของอับดุลลอฮ์ อิบนุ มุฆอฟฟัล ได้ขว้างก้อนกรวด ท่านซะอีดได้ห้ามเขา (ไม่ให้ทำเช่นนั้น) และเขาได้กล่าวว่า : ความจริงแล้วท่านเราะซูลุลลอฮ์ ﷺ ได้ห้ามการขว้างกรวด โดยกล่าวว่า : มันไม่ได้เป็นการล่าสัตว์และไม่สร้างความพ่ายแพ้ให้กับศัตรู แต่มันจะทำให้ฟันหักและตาแตกผู้รายงานเล่าว่า : เขา (ญาติใกล้ชิดของอับดุลลอฮ์ อิบนุ มุฆอฟฟัล) กระทำซ้ำอีกครั้ง (การขว้างกรวด) จากนั้นท่านซะอีดได้กล่าวว่า :ฉันบอกท่านว่าท่านเราะซูลุลลอฮ์ ﷺ ได้ห้ามการขว้างกรวดหลังจากนั้นท่านก็ขว้างก้อนกรวดอีก ฉันจะไม่พูดกับท่านตลอดไป”[2]
แบบอย่างของพวกเขาในการรักษาซุนนะฮ์และการยกย่องซุนนะห์นั้นมีมากมาย และไม่น่าแปลกใจเลย แน่นอนเพราะพวกเขาเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นที่สุดในเรื่องความดีงาม และเช่นนี้เองผู้คนในยุคถัดมาจากพวกเขาจากชาวซะลัฟและยุคที่ได้รับการยกย่องถึงความประเสริฐก็ได้รับอิทธิพลจากพวกเขา และประวัติศาสตร์ได้บันทึกให้กับพวกเราเห็นตัวอย่างของผู้ที่ปฏิบัติตามพวกเขาเหล่านั้นในการยึดมั่นในซุนนะฮ์ ซึ่งเป็นแบบอย่างที่กระตุ้นจิตใจให้เกิดความมุ่งมั่นในการรักษาและดำเนินตามซุนนะฮ์
อิหมามอะห์หมัด رحمه الله ได้รวบรวมไว้ในหนังสือ”อัลมุสนัด”กว่า 40,000 ฮะดีษ และเขาได้นำมาปฏิบัติทั้งหมด โดยกล่าวว่า : “ไม่มีฮะดีษใดที่ฉันทิ้งไว้โดยไม่ปฏิบัติ” เมื่ออิหมามได้อ่านฮะดีษที่ระบุว่า ท่านนะบีย์ ﷺ เคยกรอกเลือด และได้ให้ค่าตอบแทนแก่อะบู ฏอยบะฮ์ ผู้กรอกเลือดจำนวนหนึ่งดีนาร อิหมามอะหมัดกล่าวว่า: ฉันก็ได้กรอกเลือดและได้ให้ค่าตอบแทนแก่ผู้กรอกเลือดหนึ่งดีนาร ซึ่งดีนารนั้นคือทองคำ 4.25 กรัม แต่เพื่อปฏิบัติตามฮะดีษ ท่านอิหม่ามอะห์หมัด رحمه الله ก็ยอมเสียสละสิ่งนั้น ตัวอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้มีอยู่อย่างมากมาย
เราขอต่ออัลลอฮ์ทรงทำให้ซุนนะฮ์ของท่านนะบีย์ของเรา ﷺ มีชีวิตชีวาในหัวใจของเรา เพื่อที่จะได้รับความประเสริฐต่างๆ ได้รับของขวัญ และความใกล้ชิดกับอัลลอฮ์ ﷻ ซึ่งพระองค์ได้มอบไว้ในซุนนะฮ์ของท่านนะบีย์ของเรา ﷺ ฉะนั้นด้วยการปฏิบัติตามซุนนะฮ์ มนุษย์นั้นจะได้รับเกียรติแห่งการติดตาม และแสงสว่างในหัวใจรวมถึงชีวิตชีวาในหัวใจ
อิบนุลกอยยิม رحمه الله ได้กล่าวว่า : อิบนุ อะฏออ์ ได้กล่าวว่า : ผู้ใดที่บังคับตนเองให้ยึดมั่นในมารยาทต่างๆของซุนนะฮ์ อัลลอฮ์จะทรงให้หัวใจของเขาส่องสว่างด้วยแสงแห่งความรู้ และไม่มีสถานะใดที่มีเกียรติยิ่งกว่าการปฏิบัติตามคนที่รัก (คือ ท่านนะบีย์) ในเรื่องของคำสั่งใช้ของท่าน การกระทำของท่าน และมารยาทของท่าน (มะดาริญุสซาริกีน , เล่มที่ 2, หน้าที่ 644)
อิบนุ อัฏออ์ ท่านยังกล่าวอีกว่า : เจ้าจะเห็นผู้ที่ปฏิบัติตามคำสั่งใช้และซุนนะฮ์ แน่นอนเขาได้รับความโปรดปรานทางจิตวิญญาณ แสงสว่าง และสิ่งที่ตามมาคือความหวาน ความน่าเกรงขาม ความสง่างาม และการได้รับการยอมรับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผู้ที่ละทิ้งไม่ได้รับ เช่นเดียวกับที่ท่านอัลหะซันกล่าวว่า : ความจริงแล้วผู้ศรัทธาคือผู้ที่ได้รับความหวานและความน่าเกรงขาม (อิญติมาอ์อัลญุยูชอัลอิสลามีย์ , เล่มที่ 1, หน้าที่ 8)