เขียนโดย ดร.อับดุลลอฮ์ อิบนุ ฮุมูด อัลฟะเรียห์
แปลโดย รอมฎอน พวงผกา
1.รายงานของอิหมามมุสลิมใน “เศาะเฮียห์มุสลิม” ฮะดีสของท่านนุอ์มาน อิบนุ ซาลิม รายงานจาก ท่านอัมร์ อิบนุ เอาส์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า : ท่านอันบะซะ อิบนุ อะบูซุฟยาน เล่าว่า : ฉันได้ยินอุมมุ ฮะบีบะฮ์ นางได้กล่าวว่า : ฉันได้ยินท่านเราะซูลุลลอฮ์ ﷺ ได้กล่าวว่า :
«مَنْ صَلَّى اثْنَتَيْ عَشْرَةَ رَكْعَةً فِي يَوْمٍ وَلَيْلَةٍ، بُنِيَ لَهُ بِهِنَّ بَيْتٌ فِي الْجَنَّةِ» قَالَتْ أُمُّ حَبِيبَةَ: فَمَا تَرَكْتُهُنَّ مُنْذُ سَمِعْتُهُنَّ مِنْ رَسُولِ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ وَقَالَ عَنْبَسَةُ: «فَمَا تَرَكْتُهُنَّ مُنْذُ سَمِعْتُهُنَّ مِنْ أُمِّ حَبِيبَةَ»، وَقَالَ عَمْرُو بْنُ أَوْسٍ: «مَا تَرَكْتُهُنَّ مُنْذُ سَمِعْتُهُنَّ مِنْ عَنْبَسَةَ» وَقَالَ النُّعْمَانُ بْنُ سَالِمٍ: «مَا تَرَكْتُهُنَّ مُنْذُ سَمِعْتُهُنَّ مِنْ عَمْرِو بْنِ أَوْسٍ»
“ผู้ใดละหมาด (ซุนนะฮ์) 11 เราะกะอะฮ์ในวันหนึ่งและคืนหนึ่ง การละหมาดเหล่านี้ บ้านในสวรรค์จะถูกสร้างให้กับเขา” ท่านหญิงอุมมุฮะบีบะฮ์ ได้เล่าว่า : ดังนั้นฉันไม่ละทิ้งละหมาดซุนนะฮ์เหล่านี้เลย ตั้งแต่ฉันได้ยินสิ่งเหล่านี้จากท่านเราะซูลุลลอฮ์ ﷺ ท่านอันบะซะ เล่าว่า : “ดังนั้นฉันไม่ละทิ้งละหมาดซุนนะฮ์เหล่านี้เลย ตั้งแต่ฉันได้ยินสิ่งเหล่านี้จากท่านหญิงอุมมุ ฮะบีบะฮ์” และท่านอัมร์ อิบนุ เอาส์ ได้กล่าว่า : “ดังนั้นฉันไม่ละทิ้งละหมาดซุนนะฮ์เหล่านี้เลย ตั้งแต่ฉันได้ยินสิ่งเหล่านี้จากท่านอันบะซะฮ์” และท่านนุอ์มาน อิบนุ ซาลิม ได้กล่าวว่า ว่า : “ดังนั้นฉันไม่ละทิ้งละหมาดซุนนะฮ์เหล่านี้เลย ตั้งแต่ฉันได้ยินสิ่งเหล่านี้จากท่านอัมร์ อิบนุ เอาส์” [1]
ฮะดีสนี้กล่าวถึงความประเสริฐของท่านหญิงอุมมุฮะบีบะฮ์ เพราะว่านางเป็นผู้ที่รักษาละหมาดซุนนะฮ์ต่าง ๆ เหล่านี้ตามที่ท่านหญิงได้ยินมาจากท่านเราะซูล ﷺ และเช่นเดียวกันสำหรับผู้รายงานฮะดีสนี้ต่อ คือ ท่านอันบะซะ ท่านอัมร์ อิบนุ เอาส์และท่านนัวอ์มาน อิบนุ ซาลิม พวกเขาทั้งหมดเหล่านี้เป็นผู้ที่รักษาการละหมาดซุนนะฮ์ต่างๆเหล่านี้ตามที่พวกเขาได้ยินมา และความดีงามอันยิ่งใหญ่ที่อยู่ในการละหมาดซุนนะฮ์ต่างๆเหล่านี้ และได้มีฮะดีสบทอื่นมาอธิบายถึงจำนวน 12 เราะกะอะฮ์ คือ 4 เราะกะอะฮ์ก่อนซุฮร์ และ 2 เราะกะอะฮ์หลังซุฮร์ และ 2 เราะกะอะฮ์หลังมัฆริบ และ 2 เราะกะอะฮ์หลังอิชาอ์ และ 2 เราะกะอะฮ์ก่อนซุบฮ์ นี่คือละหมาดซุนนะฮ์ 12 เราะกะอะฮ์[2]
2.ฮะดีษของอาลีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ :
أَنَّ فَاطِمَةَ، اشْتَكَتْ مَا تَلْقَى مِنَ الرَّحَى فِي يَدِهَا، وَأَتَى النَّبِيَّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ سَبْيٌ، فَانْطَلَقَتْ، فَلَمْ تَجِدْهُ وَلَقِيَتْ عَائِشَةَ، فَأَخْبَرَتْهَا فَلَمَّا جَاءَ النَّبِيُّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ، أَخْبَرَتْهُ عَائِشَةُ بِمَجِيءِ فَاطِمَةَ إِلَيْهَا، فَجَاءَ النَّبِيُّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ إِلَيْنَا، وَقَدْ أَخَذْنَا مَضَاجِعَنَا، فَذَهَبْنَا نَقُومُ فَقَالَ النَّبِيُّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ: «عَلَى مَكَانِكُمَا» فَقَعَدَ بَيْنَنَا حَتَّى وَجَدْتُ بَرْدَ قَدَمِهِ عَلَى صَدْرِي، ثُمَّ قَالَ: «أَلَا أُعَلِّمُكُمَا خَيْرًا مِمَّا سَأَلْتُمَا، إِذَا أَخَذْتُمَا مَضَاجِعَكُمَا، أَنْ تُكَبِّرَا اللهَ أَرْبَعًا وَثَلَاثِينَ، وَتُسَبِّحَاهُ ثَلَاثًا وَثَلَاثِينَ، وَتَحْمَدَاهُ ثَلَاثًا وَثَلَاثِينَ، فَهْوَ خَيْرٌ لَكُمَا مِنْ خَادِمٍ
“ความจริงแล้วท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ได้ร้องทุกข์ปวดมือจากการโม้แป้ง (ซึ่งท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ได้ข่าวว่า) ท่านนะบี ﷺ ได้รับเชลยศึกหญิงมา ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ได้ออกไปหาท่านนะบี (เพื่อหาคนรับใช้คอยช่วยงาน) แต่นางไม่พบท่านนะบีแต่พบกับท่านหญิงอาอิชะฮ์ ดังนั้นท่านหญิงฟาฏิมะฮ์จึงเล่าให้ท่านหญิงอาอิชะฮ์ทราบเรื่อง เมื่อท่านนะบี ﷺ ได้มาหาเรา (ที่บ้านของท่านอาลีและฟาฏิมะฮ์) ซึ่งเราได้นอนอยู่ (เมื่อเห็นท่านนะบี) ดังนั้นเราจึงลุกขึ้นมาแต่ท่านนะบี ﷺ ได้กล่าวว่า : นอนอยู่ตรงนี้แหละ ท่านนะบีได้นั่งอยู่กับพวกเราจนกระทั่งฉันรู้สึกถึงความเย็นที่เท้าของท่านนะบีที่หน้าอกของฉัน ต่อจากนั้นท่านได้กล่าวว่า : เอาไหม ฉันจะสอนเธอทั้งสองถึงความดีงามมากกว่าสิ่งที่เธอทั้งสองขอ เมื่อเธอทั้งสองจะนอน ให้เธอทั้งสองกล่าวตักบีร 34 ครั้ง และกล่าวตัสเบียห์ 33 ครั้ง และกล่าวตะห์มีด 33 ครั้ง มันคือสิ่งที่ดีกับเธอทั้งสองมากกว่าได้คนรับใช้”[3]
ในรายงานหนึ่ง :
قَالَ عَلِيٌّ: مَا تَرَكْتُهُ مُنْذُ سَمِعْتُهُ مِنَ النَّبِيِّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ، قِيلَ لَهُ: وَلَا لَيْلَةَ صِفِّينَ؟ قَالَ: وَلَا لَيْلَةَ صِفِّينَ.
“ท่านอาลีได้กล่าวว่า : ฉันไม่เคยละทิ้งมัน (การกล่าวตักบีร 34 ครั้ง การกล่าวตัสเบียห์ 33 ครั้ง การกล่าวตะห์มีด 33 ครั้ง) ตั้งแต่ที่ฉันได้ยินมันจากท่านนะบี มีคนกล่าวกับท่านอาลีว่า แม้แต่คืนศิฟฟีนด้วยหรือ? ท่านอาลีตอบว่า ใช่ แม้แต่คืนศิฟฟีน”[4]
และเป็นที่ทราบกันดีว่าความจริงแล้วค่ำคืนศิฟฟิน คือค่ำคืนที่ท่านต้องทำสงคราม ซึ่งท่านอาลีย์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุเป็นแม่ทัพในสงครามนี้ แต่พร้อมกันนั้นท่านก็ไม่ได้ละทิ้งซุนนะฮ์ประการนี้
[1] มุสลิม : (728) [2] อัรรอญิฮีย์ , เตาฟีกุรรอบบิลมุนอิม บิชัรห์เศาะเฮียห์อิมามมุสลิม , มัรกัซอับดุลอะซีซ อิบนุ อับดุลลอฮ์ อัรรอญิฮีย์ , รียาฎ , พิมพ์ครั้งที่ (1) , (ฮ.ศ.1439-ค.ศ.2018) , เล่มที่ : (2) , หน้าที่ : (437) [3] อัลบุคอรี 3705 มุสลิม 2727 [4] อัลบุคอรี 5362 มุสลิม 2727