06 Jul
06Jul

อธิบายโดย ซะอด์ ยูซุฟ อะบูอะซีซ

แปล  รอมฎอน พวงผกา

(5) และละทิ้งการโต้เถียงต่างๆและนั่งร่วมกับพวกปฏิบัติตามอารมณ์ (อะฮ์ลุลบิดอะฮ์)        

     อธิบายและขยายความ :

     คำกล่าวของอิหมามอะหมัดที่ว่า : “การละทิ้งการโต้เถียงต่างๆ” หมายถึง อย่าโต้เถียง ยกเว้นในสถานการณ์ที่ท่านเห็นว่ามีประโยชน์สำหรับผู้ที่แสวงหาความจริง อัลลอฮ์ ﷻ ตรัสไว้ว่า :

ﵟوَجَٰدِلۡهُم بِٱلَّتِي هِيَ أَحۡسَنُۚ ﵞ 

และจงโต้แย้งกับพวกเขาด้วยสิ่งที่ดีกว่า” [อันนะห์ล 16:125]

     ส่วนคนที่ต้องการเพียงแค่ทะเลาะวิวาทหรือเอาชนะผู้อื่น คนประเภทนี้อย่าได้โต้เถียงกับพวกเขา เพราะพวกเขาและพวกที่คล้ายกันนั้น “จะทำให้ท่านสับสน และพวกเขาจะไม่เปลี่ยนแนวคิดของเขา” ดังที่อิมามอะหมัด เราะฮิมะฮุลลอฮ์ ได้กล่าวไว้ : (ในหนังสือ “อัลอิบานะฮ์” เล่มที่ : 2 หน้าที่ : 472)

     ดร.มุฮัมมัด บิน ซะอีด รอสลาน ได้กล่าวไว้ใน “คำอธิบายอุศูลุซซุนนะห์” (เล่มที่ 1 หน้าที่ 238) ว่า: และสมควรที่จะทราบว่าความจริงการนำเสนอหลักฐานต่อผู้ที่มีค้านกับความถูกต้องนั้นเป็นสิ่งหนึ่ง ส่วนการโต้เถียง การถกเถียง และการทะเลาะวิวาทนั้นเป็นอีกสิ่งหนึ่ง และสิ่งหลังนี้เป็นสิ่งที่ต้องห้าม ส่วนสิ่งแรกนั้นเป็นสิ่งที่ได้รับการส่งเสริม”และคำกล่าวของอิหมามอะหมัดที่ว่า : “และละทิ้งการนั่งร่วมกับพวกปฏิบัติตามอารมณ์” หมายถึง : อะฮ์ลุลบิดอะฮ์ เพราะการนั่งร่วมกับพวกเขามักจะนำไปสู่การเฉไฉของหัวใจ อิบนุ อับบาส เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา ได้กล่าวไว้ว่า:

لَا تُجَالِسْ أَهْلَ الْأَهْوَاءِ , فَإِنَّ مُجَالَسَتَهُمْ ‌مُمْرِضَةٌ ‌لِلْقُلُوبِ

อย่าไปนั่งร่วมกับผู้ที่ปฏิบัติตามอารมณ์ เพราะความจริงแล้วการนั่งร่วมกับพวกเขานั้นจะทำให้หัวใจป่วย” (อัลอิบานะฮ์ , 371) 

  (6) การละเว้นการโต้เถียง การถกเถียง และการทะเลาะวิวาทในเรื่องศาสนา

     อธิบายและขยายความ :

     คำกล่าวของอิหมามอะหมัดที่ว่า : “การละเว้นการโต้เถียง การถกเถียง และการทะเลาะวิวาทในเรื่องศาสนา” หมายถึง : นี่คือหลักการพื้นฐาน แต่หากมีผู้ที่ต้องการให้ขจัดข้อคลุมเครือของเขาออกไป ดังนั้นก็จงอธิบายให้เขาฟังด้วยความรู้ที่ถูกต้องและการตักเตือนที่ดี โดยไม่ใช่ด้วยวิธีการเอาชนะกัน หรือวิธีการคบหากัน อยู่รวมกัน เพราะการนั่งร่วมกับผู้ที่เป็นคนหลงผิดนั้นนำมาซึ่งหายนะ 

     อิหมามอิบนุ บัฏเฏาะฮ์ เราะฮิมะฮุลลอฮ์ ได้กล่าวว่า: “เราเคยรู้จักคนบางคนที่เคยด่าทอและสาปแช่งผู้ที่หลงผิด แต่เมื่อพวกเขานั่งร่วมกับผู้ที่หลงผิดและคบค้าสมาคมกับพวกเขา กลับกลายเป็นว่าพวกเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของคนเหล่านั้นเสียเอง”ด้วยเหตุนี้ ท่านนะบีย์ ﷺ จึงเตือนให้ระวังการนั่งร่วมกับพวกเขาและการรับฟังพวกเขา มีรายงานจากอาอิชะฮ์ เราะฎิยัลลอฮุอันฮา เล่าว่า : ท่านรอซูลุลลอฮ์ ﷺ ได้อ่านอายะฮ์นี้:

ﵟهُوَ ٱلَّذِيٓ أَنزَلَ عَلَيۡكَ ٱلۡكِتَٰبَ مِنۡهُ ءَايَٰتٞ مُّحۡكَمَٰتٌﵞ

พระองค์คือผู้ทรงประทานคัมภีร์ลงแก่เจ้า โดยที่ส่วนหนึ่งจากคัมภีร์นั้นมีบรรดาอายะฮ์ที่มีข้อความรัดกุมชัดเจน…” (อาละอิมรอน 3:7)

ท่านได้กล่าวว่า :

  فَإِذَا رَأَيْتَ الَّذِينَ يَتَّبِعُونَ مَا تَشَابَهَ مِنْهُ، فَأُولَئِكَ الَّذِينَ سَمَّى اللَّهُ، فَاحْذَرُوهُمْ

เมื่อเธอพบเห็นผู้ที่ติดตามสิ่งที่คลุมเครือนั้น พวกเขาเหล่านั้นคือผู้ที่อัลลอฮ์ได้กล่าวถึง ดังนั้นจงระวังพวกเขาเถิด” (อัลบุคอรี : 4547 มุสลิม : 2665)     

(7) และสิ่งที่เป็นซุนนะฮ์ตามทัศนะเรา : คือ ร่องรอยจากท่านเราะซูลุลลอฮ์ 

     อธิบายและขยายความ :

     คำพูดของที่ว่า: “และสิ่งที่เป็นซุนนะฮ์ตามทัศนะเรา : คือ ร่องรอยจากท่านเราะซูลุลลอฮ์ ” 

     หมายถึง: คำพูดต่างๆ การกระทำต่างๆ และการยอมรับรับรองของท่านเราะซูล ﷺ ซึ่งเป็นสิ่งที่อัลลอฮ์ ﷻ ทรงสั่งใช้ให้เราปฏิบัติตามและยึดมั่นด้วยสิ่งนี้ท่านซุฟยาน อิบนุ อุยัยนะฮ์ เราะฮิมะฮุลลอฮ์ ได้กล่าวว่า: “ความจริงแล้วท่านเราะซูลุลลอฮ์ คือเครื่องชั่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด สิ่งต่างๆต้องถูกนำชั่งบนเครื่องชั่งนี้ให้ตรงกับมารยาทของท่านนะบีย์ การดำเนินชีวิตของท่าน และแนวทางของท่าน สิ่งใดที่สอดคล้องกับท่านนะบีย์ก็ถือว่าเป็นสัจธรรมความจริง และสิ่งใดที่ขัดแย้งกับท่านก็ถือว่าเป็นความเท็จ” (ตัซกิเราะตุสซามิอ์ วัลมุตะกัลลิม โดย อิบนุญะมาอะฮ์ , หน้าที่ 20)              

(8) และซุนนะฮ์นั้นคือสิ่งที่อธิบายอัลกุรอาน และเป็นหลักฐานของอัลกุรอาน

     อธิบายและขยายความ :

     คำพูดที่ว่า: “ซุนนะฮ์นั้นคือสิ่งที่อธิบายอัลกุรอาน” หมายถึง ซุนนะฮ์คือสิ่งที่มาอธิบายความหมายของอัลกุรอาน อัลลอฮ์ ทรงตรัสว่า :

ﵟوَأَنزَلۡنَآ إِلَيۡكَ ٱلذِّكۡرَ لِتُبَيِّنَ لِلنَّاسِ مَا نُزِّلَ إِلَيۡهِمۡ وَلَعَلَّهُمۡ يَتَفَكَّرُونَﵞ [النحل: 44]

และเราได้ประทานอัซซิกร์ (คืออัลกุรอาน) แก่เจ้า เพื่อที่เจ้าจะได้แจกแจงแก่ผู้คนในสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่พวกเขา” (ซูเราะฮ์อันนะหลุ : อายะฮ์ที่ 44)

     อิหม่ามอัลบะเฆาะวีย์กล่าวไว้ในการอธิบายอายะฮ์นี้ว่า: เป้าหมายของอัลซิกร์ หมายถึง : วะฮีย์ และท่านนะบีย์ ﷺ คือผู้ที่อธิบายวะฮีย์ โดยการอธิบายอัลกุรอานต้องย้อนกลับไปยังซุนนะฮ์ (ตัฟซีรอัลบะเฆาะวีย์ ,หน้าที่ 710)

     มัยมูน อิบนุ มิฮ์รอน กล่าวอธิบายโองการของอัลลอฮ์ที่ว่า :

ﵟفَإِن تَنَٰزَعۡتُمۡ فِي شَيۡءٖ فَرُدُّوهُ إِلَى ٱللَّهِ وَٱلرَّسُولِﵞ [النساء: 59]

หากพวกเจ้าโต้เถียงกันในเรื่องใด ก็จงนำมันกลับไปยังอัลลอฮ์และเราะซูล” (ซูเราะฮ์อันนิซาอ์ : อายะฮ์ที่ 59)

     ท่านมัยมูนได้กล่าวว่า: ตราบใดที่ท่านนะบีย์ยังมีชีวิตอยู่ ก็ต้องกลับไปหาท่าน แต่เมื่อท่านเสียชีวิตไปแล้ว ดังนั้นก็จงกลับไปหาซุนนะฮ์ของท่าน” (สายรายงานฮะซัน ในตัฟซีรอัฏเฏาะบารีย์ , เล่มที่ 8 , หน้าที่ 505)

     คำพูดที่ว่า: “และซุนนะฮ์เป็นหลักฐานของอัลกุรอาน” หมายถึง:  ซุนนะฮ์ช่วยอธิบายสิ่งที่กล่าวไว้โดยรวมในอัลกุรอาน อธิบายรายละเอียดของสิ่งที่กล่าวสรุปไว้ ทำให้สิ่งที่คลุมเครือชัดเจน จำกัดสิ่งที่กล่าวโดยทั่วไป และเจาะจงสิ่งที่กล่าวกว้างๆ และอธิบายว่าเราต้องละหมาดอย่างไร? เราจะจ่ายซะกาตอย่างไร? เราจะไปทำฮัจญ์อย่างไร? เป็นต้น